บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงได้กำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Principles of Good Corporate Governance) ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด เพื่อให้บริษัทฯ มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าและเป็นการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ จึงได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่สำคัญ ดังนี้

หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น

*  บริษัทฯ จัดให้มีการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การมีส่วนแบ่งในผลกำไรของกิจการ การซื้อขายหรือโอนหุ้น การได้รับข่าวสาร ข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ  กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดเงินค่าสอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกับบริษัทฯ เป็นต้น

*  บริษัทฯ จัดให้มีเว็บไซต์ เพื่อเสนอข้อมูลที่สำคัญ ข่าวสารต่างๆ เช่น รายงานทางการเงิน ผลประกอบการประจำไตรมาส ประจำปี รายงานประจำปี  สำหรับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นกำหนดให้เผยแพร่ข้อมูลเหมือนกับเอกสารที่ต้องส่งให้  ผู้ถือหุ้นในรูปแบบเอกสารอย่างน้อย 30 วันก่อนการประชุม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเข้าเยี่ยมชมกิจการของบริษัทฯ ในปี 2550 ได้จัดให้มีการเยี่ยมชมกิจการ 2 ครั้ง เป็นต้น

*  บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น อำนวยความสะดวกสถานที่จัดประชุม ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สะดวกต่อการเดินทาง และจัดให้มีเวลาดำเนินการประชุมอย่างเพียงพอ นอกจากนี้บริษัทฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการประชุมผู้ถือหุ้น จึงได้กำหนดให้คณะกรรมการทั้งคณะเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง โดยในปี 2550 คณะกรรมการทั้งคณะเข้าร่วมประชุม เว้นแต่กรรมการบางคนติดภารกิจที่จำเป็นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ในระหว่างการประชุม ประธานในที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้   ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเท่าเทียมกันในการแสดงความเห็นและซักถามข้อสงสัย โดยประธานในที่ประชุมหรือกรรมการ จะตอบคำถาม   ผู้ถือหุ้นให้ได้รับความกระจ่างทุกครั้ง ทั้งนี้ บริษัทฯจะจดบันทึกประเด็นข้อซักถาม หรือความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะของ       ผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ในรายงานการประชุม และเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ภายใน 14 วันนับจากวันที่ประชุม    ผู้ถือหุ้น ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

*  ในปี 2550 บริษัทฯ เปิดโอกาสให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นและเสนอแต่งตั้งกรรมการรายใหม่ล่วงหน้าก่อนการประชุม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามล่วงหน้าที่เกี่ยวกับวาระในการประชุมผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ สรุปในปี 2550 ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นและกรรมการรายใหม่

หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

*  บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทั้งในการเข้าร่วมประชุม การได้รับสารสนเทศ และการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นในแต่ละครั้งบริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมโดยระบุความเห็นของคณะกรรมการ พร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมแต่ละวาระให้    ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน (หรือเป็นไปตามที่ สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด) พร้อมทั้งโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมในหนังสือพิมพ์ไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุม โดยไม่มีการเพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาเพียงพอในการพิจารณาและศึกษาข้อมูลสำหรับการเข้าร่วมประชุมและการลงมติของผู้ถือหุ้น

*  ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กับ บุคคลอื่นเป็นผู้รับมอบฉันทะให้เข้าร่วมประชุมแทน ซึ่งบริษัทฯ ได้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ถือหุ้น โดยการเสนอให้กรรมการอิสระเป็นผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น ในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้น โดยจะระบุรายชื่อกรรมการผู้รับมอบอำนาจในหนังสือมอบฉันทะที่แนบมาพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม

*  บริษัทฯ ได้จัดการให้มีการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน กล่าวคือบริษัทฯ ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายและพนักงานของบริษัทฯ ใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อประชาชนอันเป็นสาระสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนซึ่งรวมถึงเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์ หากบริษัทฯ พบว่า    ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้บริหาร ผู้จัดการและพนักงานของบริษัทฯ กระทำผิดข้อห้ามตามประกาศฉบับนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการตามกฎหมายและลงโทษต่อผู้กระทำความผิด

หมวดที่ 3 บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

เพื่อให้การดำเนินกิจการของบริษัทฯ  เป็นไปตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) บริษัทฯ  จึงกำหนดกรอบของจรรยาบรรณทางธุรกิจ โดยประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายในได้แก่ พนักงานและผู้บริหารของบริษัทฯ หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก เช่น เจ้าหนี้ คู่แข่ง สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1.   จรรยาบรรณในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทฯ กำหนดนโยบายที่จะไม่ให้ กรรมการบริษัท เจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากบริษัท ดังนี้

*   ห้ามกรรมการบริษัทฯ เจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ประกอบธุรกิจที่มีลักษณะเดียวกับกิจการของบริษัทฯ หรือเป็นธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทฯ

*   กรรมการบริษัทฯ เจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ หลีกเลี่ยงการทำรายการที่เกี่ยวโยงอันอาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ

*   หากรายการนั้นก่อให้เกิดประโยชน์แก่บริษัทฯ หรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงรายการที่เกี่ยวโยงกันนั้นได้กรรมการบริษัทฯ เจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ผู้ที่มีส่วนได้เสียในรายการนั้น จะต้องทำบันทึกเพื่อทราบเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ ตามสายการบังคับบัญชา และกรรมการบริษัทฯ เจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ “ผู้นั้นจะต้องไม่มีส่วนในการพิจารณาอนุมัติ” ทั้งนี้ ให้  “กระทำรายการนั้นเสมือนการทำรายการกับบุคคลภายนอก”

*   ไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเองในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ หรือให้ข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ รวมทั้งไม่ใช้โอกาสหรือข้อมูลภายในของบริษัทฯ ในการหาประโยชน์ส่วนตน และในเรื่องการทำธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทฯ หรือทำธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

2.   จรรยาบรรณต่อผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ มีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจอย่างซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้อง และมีจริยธรรม และจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดที่จะพัฒนากิจการให้เจริญเติบโต และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยยึดหลักการปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันต่อผู้ถือหุ้น

3.   จรรยาบรรณต่อลูกค้า

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความพอใจของลูกค้าที่มีต่อความสำเร็จของธุรกิจของบริษัทฯ จึงมีเจตจำนงที่จะดำเนินธุรกิจ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้นตลอดเวลาเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้าของบริษัทฯ

4.   จรรยาบรรณต่อคู่ค้า

บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ  และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งปฏิบัติตามพันธะสัญญาให้ข้อมูลที่เป็นจริง รายงานที่ถูกต้อง การเจรจาแก้ปัญหาและหาทางออกตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

5.   จรรยาบรรณต่อคู่แข่งขันทางการค้า

บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าให้สอดคล้องกับหลักสากล ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า ไม่ละเมิดความลับ หรือ ล่วงรู้ความลับทางการค้าของคู่ค้าด้วยวิธีฉ้อฉล

6.    จรรยาบรรณต่อเจ้าหนี้

บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขการกู้ยืมเงินตามสัญญาที่มีต่อเจ้าหนี้ทุกรายทุกประการ

7.   จรรยาบรรณต่อพนักงาน

บริษัทฯ ตระหนักว่า พนักงานเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ ที่มีคุณค่ายิ่งจึงเป็นนโยบายของบริษัทฯ ที่จะให้การปฏิบัติที่เป็นธรรม ทั้งในด้านโอกาส ผลตอบแทน  การแต่งตั้งโยกย้าย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพ

8.   จรรยาบรรณต่อสังคมและส่วนรวม

บริษัทฯ มีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และสังคม ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นที่หน่วยงานของบริษัทฯ ตั้งอยู่ และเป็นนโยบายของบริษัทฯ เช่นเดียวกันที่จะยึดมั่นปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี ทั้งในด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยจากกิจกรรมของบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน มุ่งมั่นที่จะใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะดำเนินการยกระดับคุณภาพของสิ่งแวดล้อม และการดูแลความปลอดภัย ทั้งที่ดำเนินการเอง และร่วมมือกับรัฐและชุมชน

เพื่อส่งเสริมนโยบายข้างต้น บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อคืนกำไรส่วนหนึ่งให้แก่กิจกรรมที่มีส่วนสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ และจะดำเนินการปลูกฝังจิตสำนึกของพนักงานทุกระดับให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

หมวดที่ 4:  การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

*  บริษัทฯ มีนโยบายเรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญของบริษัทฯอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผ่านช่องทางต่าง ๆ  และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูลสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน

*  บริษัทฯ มีนโยบายในการเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.)

*  ในส่วนของงานด้านผู้ลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) บริษัทฯ ได้มอบหมายให้นายสาธิต  สุดบรรทัด รองกรรมการผู้จัดการ สายการขายและการตลาด  เป็นผู้รับผิดชอบในการสื่อสารให้ข้อมูลแก่นักลงทุน นักวิเคราะห์ ผู้ถือหุ้น และ ผู้ที่สนใจทั่วไปซึ่งสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัทฯ คือ (036) 224-001 ถึง 8 หรือ E-mail : Corpcenter@diamondtile.com สำหรับกิจกรรมในปี 2550 ได้มีการให้ข้อมูลในโอกาสต่าง ๆ เช่น สัมภาษณ์กรรมการและผู้บริหารระดับสูงแบบตัวต่อตัว  การจัดการแถลงข่าวพบสื่อต่าง ๆ  รวมทั้งการจัดงานพบนักวิเคราะห์กลุ่มย่อยรายไตรมาสตลอดทั้งปี

หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

*  คณะกรรมการบริษัทฯ  มีจำนวน 9 คน ประกอบด้วย กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 2 คน กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 4 คน และกรรมการอิสระ จำนวน 3 คน  ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่หลากหลายวิชาชีพอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯและมีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทจดทะเบียนได้ตามข้อบังคับของบริษัทฯ และตามที่กฎหมายกำหนด แต่ในปัจจุบันมีกรรมการจำนวน 1 คน ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 5 บริษัท ดูรายละเอียดข้อมูลการดำรงตำแหน่งของกรรมการแต่ละคนในบริษัทอื่นในเอกสารแนบ 1 ของแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (56-1) และในรายงานประจำปี (56-2) อย่างไรก็ตามการดำรงตำแหน่งกรรมการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการแต่อย่างใด เนื่องจากกรรมการได้อุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทฯ อย่างเต็มที่โดยเข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์แก่บริษัทฯ มาโดยตลอด

*  คณะกรรมการบริษัทฯ เป็นผู้นำในการกำหนดนโยบาย และมีส่วนร่วมในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบในการกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัทฯ ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินการไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการดำเนินธุรกิจที่สำคัญและการกำกับดูแลกิจการ งบการเงินของบริษัทฯ และสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏต่อสาธารณะชน ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี และรายงานประจำปี โดยการจัดทำงบการเงินดังกล่าวจะเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย และตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยเลือกนโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวัง และประมาณการที่ดีที่สุดในการจัดทำ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

*  คณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดให้มีการดำรงรักษาไว้ซึ่งระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิผล เพื่อให้มั่นใจได้อย่างมีเหตุผลว่าการบันทึกข้อมูลทางบัญชีมีความถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตหรือดำเนินการที่ผิดปกติอย่างมีสาระสำคัญ โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและเป็นอิสระอย่างเพียงพอ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับคุณภาพของรายงานทางการเงินและระบบควบคุมภายใน และมีหน่วยงานกำกับและตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ในการกำกับดูแล และตรวจสอบการดำเนินธุรกิจต่างๆ ของบริษัทฯ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติเป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับที่ทางการและบริษัทฯ กำหนดไว้ และเพื่อให้หน่วยงานดังกล่าวมีความเป็นอิสระ สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลได้อย่างเต็มที่ หน่วยงานดังกล่าวจะขึ้นตรงและรายงานผลการกำกับดูแลต่อคณะกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งมีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ  และมีการติดตามการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

*  คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ขึ้น เพื่อเป็นผู้ดำเนินการในด้านต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย และแยกบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการ อนุกรรมการ และฝ่ายบริหารโดยกำหนดระดับอำนาจดำเนินการทางการเงินอย่างชัดเจน ดูรายละเอียดประกอบในหัวข้อโครงสร้างการบริหารจัดการหน้า 20 ในรายงานประจำปี ซึ่งบริษัทฯ จัดให้มีคณะอนุกรรมการ 3 ชุดดังนี้

1.     คณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 3 คน แต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2550 มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ในปี 2550 คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการจัดประชุมรวมทั้งสิ้น 9 ครั้ง

2.    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน จำนวน 4 คน แต่งตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี ในปี 2550 คณะกรรมการพิจารณาผลตอบแทนได้มีการจัดประชุมรวมทั้งสิ้น  4 ครั้ง

3.     คณะกรรมการจัดการ จำนวน 5 คน แต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550 ในปี 2550 คณะกรรมการจัดการได้มีการจัดประชุมทุกสัปดาห์รวมทั้งสิ้น 43 ครั้ง

*  บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน และมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยมีการนำส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมข้อมูลประกอบการประชุมวาระต่างๆ ให้คณะกรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุมตามที่กำหนดในข้อบังคับของบริษัทฯ ในปี 2550 บริษัทฯ มีการประชุมคณะกรรมการทั้งสิ้น 12 ครั้ง โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุมสรุปไว้ในโครงสร้างการบริหารจัดการหน้า 20 ในรายงานประจำปี

*  บริษัทฯ ได้แยกตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการเป็น 2 ตำแหน่ง และไม่ได้เป็นบุคคลคนเดียวกัน โดยประธานกรรมการมีความเป็นอิสระ และเพื่อให้มีการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน บริษัทฯ ได้กำหนดบทบาทอำนาจ และหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนระหว่างประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการเพื่อไม่ให้คนใดคนหนึ่งมีอำนาจโดยไม่จำกัด และไม่ซ้ำซ้อน โดยประธานกรรมการเป็นผู้นำด้านนโยบาย ส่วนกรรมการผู้จัดการเป็นผู้นำด้านบริหาร

*  บริษัทฯ ได้ออกข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และพนักงานเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของบริษัทฯ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรมทั้งการปฏิบัติต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สาธารณชน และสังคม โดยประกาศให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและติดตามการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวในเว็บไซต์ของบริษัทฯ หากผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณดังกล่าวจะถูกพิจารณาบทลงโทษต่อไป

*  บริษัทฯ จัดให้มีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยบริษัทฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด โดยรายการใดที่กรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งมีส่วนได้เสีย บุคคลดังกล่าวจะไม่มีสิทธิออกเสียงอนุมัติการทำรายการนั้นๆ ทั้งนี้ รายการดังกล่าวต้องเป็นไปเพื่อการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยมีนโยบายการกำหนดราคาและเงื่อนไขต่างๆ ตามตลาด ซึ่งต้องสามารถเปรียบเทียบได้กับราคาที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอกโดยทั่วไป  และได้กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อคณะกรรมการบริษัทฯ และสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) ตามมาตรา 59 แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535

*  บริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนที่สามารถตรวจสอบได้ภายหลังกล่าวคือ บริษัทฯ จะเปิดเผยรายการระหว่างกันไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินของบริษัทฯ ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี และ บริษัทฯ จะจัดให้มีการรับรองโดยให้กรรมการตรวจสอบให้ความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและสมเหตุสมผลของรายการระหว่างกันในงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี

*  คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนได้กำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนกรรมการไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใสในระดับที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการแต่ละคน โดยมิได้มีการจ่ายค่าตอบแทนที่เกินควร เมื่อเปรียบเทียบกับในระดับอุตสาหกรรมเดียวกัน  ทั้งนี้กรรมการที่เป็นผู้บริหารจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มจากการดำรงตำแหน่งผู้บริหารโดยเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และการปฏิบัติงานของกรรมการคนนั้น  และบริษัทฯ กำหนดให้มีการเปิดเผยค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่กรรมการและผู้บริหารตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด ดูรายละเอียดประกอบในห้วข้อค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารหน้า 19  ในรายงานประจำปี

*  คณะกรรมการบริษัทฯ เริ่มมีการประเมินผลคณะกรรมการทั้งคณะในปี 2550 โดยใช้แบบประเมินตามแนวทางของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความเหมาะสมของบริษัทฯ แบบประเมินดังกล่าวประกอบด้วย 4  หัวข้อ คือ โครงสร้างของคณะกรรมการ การกำหนดกลยุทธ์และทิศทางบริษัทฯ การติดตามและประเมินผลงานฝ่ายจัดการ และความรับผิดชอบตามหน้าที่ของคณะกรรมการ ซึ่งผลการประเมินคณะกรรมการทั้งคณะ สรุปว่า “เห็นด้วย” กับการดำเนินการในภาพรวมทั้ง 4 หัวข้อ

*  ด้วยการบริหารจัดการของคณะกรรมการบริษัทฯ คณะอนุกรรมการ และผู้บริหาร ได้มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริษัทฯ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ และการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งกฎเกณฑ์ต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงอันเกิดจากการกระทำที่เกิดจากความไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดในสาระสำคัญแห่งกฎเกณฑ์และข้อกฎหมายต่างๆ ของคณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัทฯ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ด้วยความเชื่อโดยสุจริตและสมเหตุสมผลว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ จึงได้จัดให้มีการประกันภัยความรับผิดของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทและการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทฯ เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดกับบริษัทฯ คณะกรรมการ และผู้บริหารของบริษัทฯ