คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่สอบทานการดำเนินงานให้ถูกต้องตามนโยบายและระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ส่งเสริมให้พัฒนาระบบรายงานทางการเงินและบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไป รวมทั้งสอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในระบบตรวจสอบภายในและระบบบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม เหมาะสม ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการตรวจสอบปฏิบัติหน้าที่และแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ โดยมีสำนักงานตรวจสอบภายในและงานกำกับดูแล เป็นหน่วยปฏิบัติที่รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

               สำนักงานตรวจสอบภายในและงานกำกับดูแล ทำหน้าที่ประเมินการควบคุมภายในตามแนวปฏิบัติที่คณะกรรมการตรวจสอบกำหนด โดยมีนโยบายตรวจสอบในเชิงป้องกันและเป็นประโยชน์กับหน่วยงาน พิจารณาความน่าเชื่อถือในความถูกต้องของรายงานทางการเงิน รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการดำเนินงาน โดยยึดแนวการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล

               จากการประเมินระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ ในด้านต่างๆ 5 ส่วน คือ องค์กรและสภาพแวดล้อม การบริหารความเสี่ยง การควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล และระบบติดตาม คณะกรรมการมีความเห็นว่า บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในสำหรับเรื่องการทำธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวอย่างเพียงพอแล้ว สำหรับการควบคุมภายในในหัวข้ออื่นๆ ของระบบการควบคุมภายใน คณะกรรมการเห็นว่าบริษัทฯ มีการควบคุมภายในที่เพียงพอแล้วเช่นกัน

ระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ สรุปได้ ดังนี้

1. องค์กรและสภาพแวดล้อม

                บริษัทฯ ได้จัดโครงสร้างองค์กรอย่างเหมาะสม และได้จัดให้มีการกระจายอำนาจในการบริหารลงไปตามลำดับชั้นและหน้าที่ เพื่อเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานอย่างคล่องตัว บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นใน ด้านการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาระบบงานและการจัดการให้มีประสิทธิภาพ จึงได้ดำเนินการนำระบบ ERPของโปรแกรมSAP รุ่น ECC6เข้ามาใช้แทนระบบเดิมที่ใช้อยู่ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเริ่มใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2551

                ในปี 2550 บริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ให้มีความชัดเจนสมบูรณ์ และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบัน

2.การบริหารความเสี่ยง

                บริษัทฯ ได้จัดให้มีการวิเคราะห์ประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายในและภายนอกองค์กรที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ อาทิเช่น ปัจจัยความเสี่ยงเรื่องการควบคุมการใช้ใยหินจากภาครัฐ ปัจจัยความเสี่ยงด้านราคาและการขาดแคลนวัตถุดิบหลัก ปัจจัยความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าขนส่ง ปัจจัยความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของเครื่องจักร ปัจจัยความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาสินค้า รวมทั้งความเสี่ยงการบริหารและการจัดการของผู้ถือหุ้นรายใหญ่และความเสี่ยงด้านการบริหารการเงิน เป็นต้น เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางในการป้องกันและแก้ไข ตลอดจนติดตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีโอกาสทำให้เกิดปัจจัยความเสี่ยง และทบทวนถึงประสิทธิภาพของมาตรการในการบริหารความเสี่ยงที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ มีประสิทธิภาพ อันเป็นการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทฯ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันได้แต่งตั้งคณะผู้ทำงานจากผู้บริหารระดับผู้จัดการทุกคนรวม 7 คน เป็นกรรมการและแต่งตั้งรองกรรมการผู้จัดการสายการขายและการตลาดเป็นประธานกรรมการ  รวมทั้งคณะ 8 คน โดยให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้

1.    ทำการศึกษาและวิเคราะห์ภาวะความเสี่ยงต่างๆของแต่ละหน่วยงานที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ

2.    พิจารณาหาแนวทางในการติดตาม ป้องกัน แก้ไข ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น หรือมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้

3.   จัดประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงตามความเหมาะสมกับสถานการณ์  เพื่อติดตามผลการแก้ไขหรือป้องกัน  และประเมินภาวะของความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นอีก

4.    รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงให้คณะกรรมการจัดการทราบ

3. การควบคุมการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร

                บริษัทฯ ได้กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่และวงเงินอนุมัติของฝ่ายบริหารในต่างละระดับไว้อย่างชัดเจน ตลอดจนแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ ขั้นตอนการทำธุรกรรมด้านการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และด้านต่างๆ โดยจัดทำไว้เป็นระเบียบปฏิบัติของบริษัทฯ และแจ้งให้พนักงานผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ ทั้งนี้ การทำธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ ผู้บริหารหรือผู้เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีมาตรการที่รัดกุมเพื่อติดตามให้การทำธุรกรรมนั้นผ่านตามขั้นตอนการอนุมัติที่กำหนดไว้ โดยถือเสมือนเป็นรายการที่กระทำกับบุคคลภายนอกโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นสำคัญ

4. ระบบสารสนเทศและการสื่อสารข้อมูล

                บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในด้านการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาระบบงานและการจัดการให้มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยงทั้งองค์กร จึงได้ว่าจ้าง บริษัทที่ปรึกษาให้เข้ามาศึกษาและวิเคราะห์ระบบงานต่าง ๆ ของบริษัทฯ และประเมินระบบสารสนเทศที่ใช้ในปัจจุบัน รวมทั้งการเสนอแนวทางและคัดเลือกระบบสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรที่เหมาะสม ซึ่งได้ให้ข้อสรุปแนวทางเลือกที่เหมาะสม โดยการปรับปรุงระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศทั้งหมดสู่ Enterprise Resources Planning (ERP)เลือกใช้ระบบซอฟแวร์ (Software) ของ SAP รุ่น ECC6 เข้ามาใช้แทนระบบเดิมที่สามารถรองรับความต้องการของบริษัทฯ ได้ในปัจจุบันและอนาคต โดยมีฟังชั่นการทำงานใหม่ๆ ทำให้สามารถพัฒนาการทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยบริษัทฯ ได้เริ่มใช้งานระบบใหม่ในวันที่ 2 มกราคม2551

5. ระบบติดตาม

                บริษัทฯ มีการติดตามผลการดำเนินงานเพื่อเปรียบเทียบกับแผนงานและงบประมาณที่กำหนดไว้โดยกำหนดให้รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอย่างน้อยทุก 3 เดือน ในปี 2550 มีการประชุมรวม 12 ครั้ง   สำหรับแผนงานและงบประมาณหากมีผลกระทบที่มีสาระสำคัญต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทฯกำหนดให้มีการปรับปรุงแผนงานดังกล่าวได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีสำนักงานตรวจสอบภายในและงานกำกับดูแล ทำหน้าที่ตรวจสอบและประเมินความถูกต้องของการดำเนินงานในหน่วยงานต่างๆ เปรียบเทียบกับแผนงาน งบประมาณ และระเบียบต่างๆ ที่กำหนดไว้ ผลการตรวจสอบให้ติดตามการปรับปรุงแก้ไขและรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการตรวจสอบจะรายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบทุกไตรมาส โดยคณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่สอบทานและให้ความเห็นต่อระบบการควบคุมภายในและรายงานทางการเงิน เพื่อส่งเสริมให้บริษัทฯ มีระบบควบคุมภายในที่ดี