บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงของธุรกิจโดยผู้บริหารและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

            1.  ความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอก

            1.1   ความเสี่ยงการควบคุมการใช้ใยหินจากภาครัฐ

               บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากการที่ภาครัฐโดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายและออกกฎเกณฑ์ใหม่ผลักดันให้มีการลด ละ และเลิกการใช้ใยหินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ  โดยได้กำหนดแนวทางป้องกันความเสี่ยงนี้โดยจัดให้มีผู้รับผิดชอบติดตามข้อมูล กฎเกณฑ์ และนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบรวมทั้งหารือร่วมกันระหว่างผู้ผลิต ผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อชี้แจงและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐ และหาวิธีปฏิบัติในการตอบสนองกฎเกณฑ์และนโยบายของภาครัฐให้เหมาะสมกับบริษัทฯ รวมทั้งได้เตรียมความพร้อมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของใยหินออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

            1.2   ความเสี่ยงด้านราคาและการขาดแคลนวัตถุดิบหลัก

                ปูนซีเมนต์   เป็นวัตถุดิบหลักของบริษัทฯ ถึงแม้ความต้องการปูนซีเมนต์ภายในประเทศจะลดต่ำลง อันเนื่องมาจากภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ แต่ด้วยปัจจัยที่มีผลกระทบต่างๆ ที่ส่งผลต่อต้นทุนของผู้ผลิตปูนซีเมนต์เพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีการปรับราคาปูนซีเมนต์ผงเพิ่มขึ้น เพื่อลดผลกระทบในเรื่องนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการสั่งซื้อปูนซีเมนต์จากผู้ผลิตหลายราย รวมทั้งเพิ่มวิธีการขนส่งหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในเรื่องราคาและการบริการ

               ใยหิน  ปัจจุบันใยหินยังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของบริษัทฯ ที่มีความเสี่ยงทั้งเรื่องปริมาณและราคา อันเนื่องมาจากความต้องการเพิ่มขึ้นในประเทศจีนและประเทศอินเดีย ในขณะเดียวกันผู้ผลิตหลายรายโดยเฉพาะผู้ผลิตในประเทศแคนาดา สูญเสียรายได้จากการที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง จึงชดเชยด้วยการปรับขึ้นราคา บริษัทฯ ลดความเสี่ยงในเรื่องนี้ โดยใช้วิธีการสั่งซื้อผูกพันนานขึ้น และปรับสัดส่วนการซื้อจากผู้ผลิตทั้ง 5 รายให้เหมาะสม บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตวางแผนการจัดส่งให้เหมาะสม เพื่อลดปัญหาการขนส่งสินค้า

            1.3   ความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าขนส่ง

เนื่องจากสินค้าของบริษัทฯ เป็นสินค้าหนักและมีโอกาสแตกเสียหายง่าย ดังนั้นต้นทุนการขนส่งไปยังร้านลูกค้าจึงเป็นต้นทุนหลักส่วนหนึ่ง และการขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องของน้ำมันดีเซล ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งของบริษัทฯ ซึ่ง  บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าวดังนี้

*   จัดเส้นทางการวิ่งของรถบรรทุกให้เหมาะสมและจัดบรรทุกให้เต็มเที่ยว

*    เพิ่มการว่าจ้างรถบรรทุกที่วิ่ง 2 ขา คือมีสินค้าทั้งไปและกลับ ซึ่งจะมีต้นทุนต่ำกว่ารถบรรทุก 1 ขา

*    ใช้การขนส่งแบบผสมผสาน (Multimodal transportation) ระหว่างรถกับเรือในพื้นที่ภาคใต้

*    ส่งเสริมให้ลูกค้าจัดรถบรรทุกในพื้นที่มารับสินค้าเองโดยบริษัทฯ ช่วยเหลือค่าขนส่งบางส่วน ซึ่งถูกกว่าบริษัทฯ ขนส่งสินค้าเอง

*   ส่งเสริมให้ผู้รับขนส่งที่ทำสัญญาขนส่งผลิตภัณฑ์กับบริษัทฯ ปรับปรุงรถเพื่อใช้พลังงานทดแทนอื่นๆ เช่น NGV โดยปัจจุบันมีรถในกลุ่มนี้ประมาณ 10%  และจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ในปี 2551

            1.4   ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของเครื่องจักร

ในสภาวะการขายและการผลิตตั้งแต่ปี 2549 เพิ่มขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและความหลากหลายในสินค้าที่ทำการผลิต ทำให้ต้องเดินเครื่องจักรอย่างต่อเนื่อง การหยุดเครื่องจักรใด ๆ รวมทั้งการซ่อมบำรุงประจำปี หรือการเกิด Machine Break Down อาจส่งผลต่อแผนการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ ฝ่ายวิศวกรรมได้กำหนดแผนการซ่อมบำรุงเป็นรายปี เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถทำการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น

*    ใช้ระบบ Preventive Maintenance จัดเก็บข้อมูลประวัติการซ่อมบำรุง การกำหนดแผนงาน
การติดตามประมวลผล และการเตรียมความพร้อมของSpare Parts ไว้รองรับตามแผนงาน

*   เตรียมแผนงานซ่อมบำรุงประจำปีโดยนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยในการวางแผนงานจัดกลุ่มชิ้นส่วนต่างๆ พร้อมทำการทดสอบ เพื่อลดระยะเวลาหยุดเครื่องจักรลงได้ประมาณ 7-15 วัน

            1.5   ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาสินค้า

บริษัทฯ ยังเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะสินค้ากระเบื้องคอนกรีต อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และผู้ผลิตหลายรายยังมีกำลังการผลิตส่วนเกิน บริษัทฯ ได้ดำเนินการเพื่อบรรเทาความเสี่ยงในเรื่องนี้โดยเน้นเรื่องคุณภาพการให้บริการเป็นหลัก รวมทั้งบริการติดตั้ง การจัดส่งสินค้าที่ตรงต่อเวลา การบริการก่อนและหลังการขาย เพื่อสร้างความแตกต่างที่ดีกว่า รวมทั้งการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีต้นทุนต่ำออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

2.   ความเสี่ยงด้านการบริหารและการจัดการ

2.1   ความเสี่ยงด้านการบริหารและการจัดการของผู้ถือหุ้นรายใหญ่

บริษัทฯ มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท มายเรียด วัสดุ จำกัด โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550                     บริษัท มายเรียด วัสดุ จำกัด มีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นในบริษัทร้อยละ 73.33 และรวมกับหุ้นที่ถือโดยกรรมการที่เป็นตัวแทนของบริษัท มายเรียด วัสดุ จำกัด แล้วจะมีสัดส่วนการถือหุ้นเกินร้อยละ 75 ซึ่งจะทำให้ บริษัท มายเรียด วัสดุ จำกัด สามารถควบคุมมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ก็ได้ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัท จดทะเบียน (Code of Best Practices) ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม โดยใช้หลักความมีจริยธรรมในการปฏิบัติงานมีการดำเนินงานและเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส

2.2   ความเสิ่ยงด้านการบริหารการเงิน                                                                 
           
บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากการปริวรรตเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทฯ มีการซื้อวัตถุดิบและอะไหล่จากต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการสั่งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้บริษัทฯ อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันการแข็งค่าของเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกให้กับบริษัทฯ เนื่องจากทำให้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมีต้นทุนที่ลดลง

บริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการกู้เงินเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ส่วนหนี้การค้าในธุรกรรมปกติที่เกิดจากการนำเข้าวัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตกระเบื้องหลังคาก็มีมูลค่าต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายรวม บริษัทฯ จึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนน้อยมาก นอกจากนั้น การส่งออกสินค้าเป็นเงินสกุลต่างประเทศ ก็ยังเป็นการดำเนินการที่จะช่วยลดความเสี่ยงอันอาจจะเกิดขึ้นจากความผันผวนของเงินตราต่างประเทศส่วนที่จะเกิดจากภาระหนี้การค้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่บริษัทฯ มีจำนวนเล็กน้อยได้อีกทางหนึ่งด้วย (Natural Hedge)